Archive for ตุลาคม, 2017

นักศึกษาอึ้ง! ป้าใจบุญควักเงินจ่ายค่าปรับให้ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน

นักศึกษาอึ้งเลย ป้าใจบุญควักเงินจ่ายค่าปรับให้ ทั้งที่ไม่รู้จักกัน บอก “เอาไปเถอะจะได้ไม่โทรขอแม่ ป้าเป็นแม่คนป้าเข้าใจ”

(12 ต.ค.) เฟซบุ๊ก โก๊ะเอ้ยยยย กินข้าวลูก ได้เล่าเรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นบนโรงพัก หลังทำผิดกฎจราจรถูกตำรวจออกใบสั่งและให้ไปเสียค่าปรับที่ สภ.เมืองจันทบุรี ระหว่างที่รอจ่ายค่าปรับนั้นได้นั่งพูดคุยกับหญิงที่นั่งรอเสียค่าปรับเช่นเดียวกัน ตนก็บ่นว่า เงินยิ่งไม่มีอยู่ยังมาเสียอีก พอถึงคิวที่ต้องจ่าย หญิงคนดังกล่าวทราบชื่อเพียง ป้าจำนง บอกว่าจะจ่ายค่าปรับจำนวน 400 บาทให้ แม้นักศึกษาจะปฏิเสธไม่รับ แต่ป้าบอกว่า “ไม่เป็นไรลูก ความผิดเราไม่ได้ตั้งใจทำผิด อย่าไปคิดมาก เดี๋ยวป้าจ่ายให้เงินแค่นี้ เราเป็นนักศึกษามีหน้าที่่ต้องเรียนให้จบ เป็นคนดีของสังคมก็พอแล้ว”

เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้นักศึกษาถึงกับอึ้งในความใจดีของคุณป้า แม้ตนจะชิงจ่ายเงินไปก่อน แต่คุณป้าก็พยายามเอาเงินมาให้จนได้ “เอาไปเถอะจะได้ไม่โทรขอแม่ ป้าเป็นแม่คนป้าเข้าใจ” ซึ่งนักศึกษายอมรับเงินมา เมื่อจะมอบพระให้ 2 องค์เป็นการตอบแทนคุณป้าก็ไม่รับ บอกว่า “ป้ามีพระในหัวใจแล้ว”

ทั้งนี้ นักศึกษาเจ้าของโพสต์ระบุว่า รู้สึกซึ้งในน้ำใจคุณป้าคนนี้มาก ที่ช่วยเหลือผู้อื่นจากใจจริงๆ แววตาดูมีความสุขมากที่ได้เป็นผู้ให้ พร้อมระบุว่าใครรู้จักป้าจำนงขอให้แจ้งด้วย เพราะอยากตอบแทนน้ำใจที่คุณป้ามีให้

หลังโพสต์นี้ถูกแชร์ไปในโลกออนไลน์ มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นต์ชื่นชมคุณป้ามากมาย ที่มีเมตตา มีน้ำใจให้กับคนไม่รู้จักกันมาก่อน

เปิดใจอดีตทหารอากาศ ดูแลเครื่องบินพระที่นั่ง นาน 16 ปี

เปิดใจอดีตทหารอากาศดูแลเครื่องบินพระที่นั่งหลายพระองค์ตลอดระยะเวลา 16 ปี ก่อนหันมาเปิดร้านกาแฟที่ประจวบฯ

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบปะพูดคุย สอบถามประวัติและความเป็นมาของคุณลุงท่านหนึ่งวัย 83 ปี ที่ร้านกาแฟโอแล่ม ตั้งอยู่เลขที่ 513/4 ม.6 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นร้านของ พันจ่าอากาศเอก ประสิทธิ์ สิทธิกิจ หรือคุณลุงประสิทธิ์ อดีตหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่งในทุกๆพระองค์ สมัยรับราชการทหารอากาศ

คุณลุงประสิทธิ์ เผยว่า ในสมัยที่รับราชการทหารอากาศใหม่ๆ ได้มาบรรจุประจำอยู่ที่กองบิน 5 ต่อมาได้ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ กองบิน 6 ฝูงบิน 602 จนได้รับความไว้วางใจและคัดเลือกให้ไปปฏิบัติหน้าที่ เป็นหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่ง คอยดูแลทุกอย่างเกี่ยวกับเครื่องบิน ตั้งแต่ล้อถึงเครื่องยนต์ ให้พร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตอนปฏิบัติหน้าที่ถ้ามีรายการรับเสด็จจะต้องตื่นตี 4 แล้วนำเครื่องไปจอดรอตี 5 และพอถึงเวลา 06.00 น.พระองค์ท่านจะเสด็จขึ้นเครื่อง ซึ่งตนเองจะมีหน้าที่นำเครื่องไปจอด และคอยเปิดประตู พร้อมรับพระมาลา (หมวก) ไปเก็บ

ซึ่งขณะที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้านายช่างประจำเครื่องบินพระที่นั่ง จะคอยรับใช้ทุกๆพระองค์ ในขณะปฏิบัติงานรับใช้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้รับความไว้วางใจจากพระองค์ท่าน ซึ่งทำให้เกิดความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่พระองค์ท่านจะเสด็จโดยเครื่องบินไปตามพระราชวังต่างๆ ทุกๆ 3 เดือน เช่น พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ซึ่งตนมีชั่วโมงบินรวมทั้งหมด 5000 ชม. รวม 16 ปี

นอกจากนี้ยังได้เคยรับใช้พระองค์ท่านด้วยการนำของเสวยไปถวายในระยะ 3 เมตร ซึ่งขณะนั้นพระองค์ท่านทรงงานอยู่ตลอดเวลา ดูแผนที่แล้วใช้วิทยุสื่อสารติดต่อสั่งการ ซึ่งช่วงแรกๆก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ช่วงหลังก็ชินเพราะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นประจำ ซึ่งบางครั้งที่พระองค์ต้องการเสวยกาแฟ ได้มีโอกาสนำไปถวาย จึงได้แรงบัลดาลใจมาเปิดร้านขายกาแฟใช้ชีวิตหลังเกษียณที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์แห่งนี้ โดยการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงตามหลักปรัชญาของพระองค์ท่าน เช่น การประหยัดและซื่อสัตย์ เป็นต้น

ผู้ประกาศหนุ่มช่อง 7 ย้อนเล่าหน้าที่สุดเศร้า วันนี้…เมื่อปีที่แล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมปีที่แล้ว เป็นช่วงเวลาที่แสนเศร้าโศกของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ เมื่อได้รับข่าวร้ายจากหน้าจอโทรทัศน์ สารจากสำนักพระราชวัง เมื่อวันนั้นหลายคนคงจำได้กับภาพของ ป๋อง วีระศักดิ์ ขอบเขต ผู้ประกาศข่าวช่อง 11 ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่แจ้งข่าวทั้งน้ำตา และถูกแชร์ส่งต่อในโลกออนไลน์เป็นวงกว้าง

บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความสับสนและคราบน้ำตา โดยเฉพาะกลุ่มคนข่าวของสำนักข่าวต่างๆ ที่ต้องได้รับสารก่อนใครอื่น เพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบ คนข่าวหลายคนต่างมีประสบการณ์ในวันนั้น และหนึ่งในนั้นคือผู้ประกาศหนุ่มช่อง 7 สี “กฤษดา นวลมี” ที่ทำหน้าที่นี้ในวันนั้นด้วย

กฤษ กฤษดา ได้โพสต์เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้เมื่อปีที่แล้ว เบื้องหลังของคนข่าวในเย็นวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย

“วันนี้…เมื่อปีที่แล้ว 13 ตุลาคม 2559 ผมมาอ่านข่าวเที่ยงตามปกติ หลังจากนั้นก็กลับบ้าน ถึงแม้ในช่วงสองสามวันนั้นจะมีกระแสข่าวไม่สู้ดีออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เราก็บอกตัวเองและคนรอบข้างเสมอว่ามันไม่เป็นความจริง จนบ่ายสองโมง ผมโดนตามตัวให้กลับเข้าสถานีด่วนพร้อมกับผู้ประกาศคนอื่นๆ ไอ้เราก็เริ่มใจคอไม่ดี ที่สถานีมีการเปิดห้องประชุมคุยกัน พี่ๆ สายราชสำนักเริ่มร้องไห้ ผู้บริหารวิ่งเช็คข่าวกันวุ่นวาย ยิ่งทำให้บรรยากาศที่สถานีแลดูตึงเครียดที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา

หัวหน้าเดินมาบอกว่า หากมีอะไรเกิดขึ้นให้ผมเป็นคนอ่านประกาศสำนักพระราชวังนะ ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้ชายเข้มแข็งกว่าผู้หญิง เสียงจะได้ไม่สั่น แต่ก็ถ้าจะจริงอยู่ไม่น้อย เพราะผู้ประกาศหญิงหลายคนตาแดงก่ำ ร้องไห้กันไปหลายรอบแล้ว

จนหกโมงกว่า ถูกสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดดำและนั่งรอ จนกระทั่งหกโมงห้าสิบ หัวหน้ามาพร้อมกับประกาศฉบับใจสลาย เนื้อหาหนึ่งหน้ากระดาษกับเวลาเตรียมตัวหนึ่งนาที ถึงเวลานั้นก็ได้แต่บอกกับตัวเองว่า “แล้วเราจะผ่านมันไปให้ได้” เช่นเดียวกับคนไทยทุกคน – สถิตอยู่ในใจตราบนิจนิรันดร์”

วงจรปิดฟ้อง แม่วัยใสอุ้มลูกวางทิ้งบนศาลพระภูมิ เดินหนีหน้าตาเฉย

วงจรปิดจับภาพ แม่วัยรุ่นอุ้มลูกวางทิ้งบนศาลพระภูมิหน้าอพาร์ทเม้นต์ เดินหนีไปหน้าตาเฉย

(13 ต.ค.) เมื่อเวลา 06.00 น. ร.ต.ท.ยงยุทธ สังข์สิรยะกุล พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งพบเด็กทารกถูกนำมาวางทิ้งไว้ที่หน้าศาลพระภูมิ อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งใน ซ.เรวดี 17 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดพร้อมด้วยเจ้าหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าศาลพระภูมิดังกล่าว บนโต๊ะไหว้พบเด็กทารกแรกเกิดเพศชาย อายุประมาณ 1 สัปดาห์ วางอยู่ในถังพลาสติกมีผ้าขนหนูห่มคลุมทับร่างไว้ตามร่างกายพบรอยถูกยุงกัดทั้งตัวเจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวส่งรพ.พระนั่งเกล้าเพื่อทำการช่วยเหลือ

จากการสอบถาม เจ้าหน้าที่รปภ.ของอพาทเมนต์ เล่าว่าขณะที่ตนกำลังขี่จักรยานตรวจความเรียบร้อยภายในอาคารเวลาประมาณ 05.00 น. เมื่อมาถึงศาลพระภูมิพบถังพลาสติกวางอยู่บนโต๊ะจึงเดินเข้าไปเปิดดูก็พบเด็กทารก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ของอพาทเมนต์โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำเด็กมาวางทิ้งเอาไว้

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาทเมนต์ พบว่าเมื่อเวลา 04.56 น.มีหญิงสาววัยรุ่นสวมชุดดำเดินถือถังพลาสติกดังกล่าวเข้ามาวางไว้ที่ศาลพระภูมิก่อนจะรีบหนีไป ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ออกตามหาตัวแม่ใจร้ายคนดังกล่าวเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนอาการเด็กทารกปลอดภัยแล้ว

เวียร์ ศุกลวัฒน์ หล่อสุขุม เดินพรมแดงเทศกาลหนังปูซาน

พระเอกหนุ่มขวัญใจสาวไทย…และกำลังครองใจสาวๆ ทั้งเอเชีย “เวียร์ ศุกลวัฒน์” ได้มีโอกาสได้ร่วมเทศกาลหนังนานาชาติปูซาน อีกหนึ่งอีเวนท์ยิ่งใหญ่ระดับโลกที่จัดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ เพราะในปีนี้ หนุ่มเวียร์ มีผลงานหนังเรื่องล่าสุด “มะลิลา” (Malila The Farewell Flower) ได้รับเชิญฉายรอบปฐมทัศน์โลกเมื่อคืนวานนี้ (12 ต.ค.)

งานนี้ หนุ่มเวียร์ มาพร้อมกับสูทมาดเนี๊ยบ หล่อสุขุมและรอยยิ้มบาดใจที่ทำให้สาวๆ แทบคลั่ง เดินบนพรมแดงท่ามกลางสื่อมวลชนจากทั่วโลก มาพร้อมๆ กับเพื่อนนักแสดง “โอ อนุชิต” และผู้กำกับหนัง “อนุชา บุญยวรรธนะ” แน่นอนว่า หนุ่มเวียร์ กลายเป็นที่จับตามองและโดดเด่นในงานระดับนานาชาติอีกครั้ง ได้ยินมาว่ากระแสตอบรับของหนังก็ค่อนข้างน่าพอใจ ยังมีลุ้นได้ออกเดินสายตามเทศกาลหนังอื่นๆ อีก

สำหรับ มะลิลา (Malila The Farewell Flower) เป็นหนังโรแมนติกดราม่า เรื่องราวของหนุ่มเจ้าของสวนมะลิที่มีอดีตที่เจ็บปวดกับหนุ่มนักทำบายศรี ที่ทั้งคู่มีความสัมพันธ์อันดีเมื่อตอนวัยเด็กและได้กลับมาพบกันอีกครั้ง หนังมีกำหนดฉายในช่วงต้นปี 2561

“บิ๊กตู่” ย้ำเอาอยู่ ไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54

รัฐบาลยืนยันไม่เกิดน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54 เพราะปริมาณน้ำน้อยกว่ามาก ชี้รัฐวางระบบบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ พร้อมสั่งกำชับเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยนอกคันกั้นน้ำอย่างเต็มที่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รายงานสถานการณ์น้ำขณะนี้ ยืนยันว่าจะไม่มีปัญหาน้ำท่วมใหญ่เช่นเดียวกับในปี 2554 เพราะปริมาณน้ำในปีนี้ยังน้อยกว่าปี 2554 มาก อีกทั้งทุกหน่วยงานได้วางแผนบริหารจัดน้ำอย่างเป็นระบบและบูรณาการร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยได้นำบทเรียนในอดีตมาแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น จึงไม่อยากให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกหรือหลงเชื่อข่าวลือของผู้ไม่หวังดี

“ปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางเปรียบเทียบกัน 2 ปี มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยข้อมูล ณ วันที่ 11 ต.ค.60 ปริมาณน้ำในเขื่อนของภาคเหนือรวมกันอยู่ที่ 18,318 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่เมื่อ 11 ต.ค. 54 อยู่ที่ 24,477 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนของภาคกลางปีนี้มีปริมาณน้ำรวมกัน 1,287 ล้าน ลบ.ม. แต่ในปี 2554 อยู่ที่ 1,377 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ ปริมาณน้ำท่าที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท และ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ในปีนี้ก็น้อยกว่าปี 2554 ด้วยเช่นเดียวกัน”

อย่างไรก็ตาม จากฝนที่ตกหนักบริเวณภาคเหนือทำให้น้ำเหนือไหลลงสู่ภาคกลางอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อน นอกคันกั้นน้ำ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้พยายามจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อลดผลกระทบให้มากที่สุด เช่น ทดระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อชะลอน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ใช้ระบบชลประทานทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกเข้ารับน้ำเต็มศักยภาพ รวมทั้งใช้พื้นที่ลุ่มต่ำต่าง ๆ รับน้ำเข้าไปเก็บไว้ในทุ่ง ช่วยลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง

สำหรับพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 10 เขต ของกทม.ที่ประชาชนเป็นห่วง ได้แก่ เขตบางซื่อ ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา คลองเตย บางกอกน้อย คลองสาน และเขตราษฎร์บูรณะ นั้น ที่ผ่านมา กทม.ได้สร้างแนวกั้นน้ำแล้ว 77 กิโลเมตร มีระดับความสูงตั้งแต่ 2.80 – 3.50 เมตร ส่วนการระบายน้ำ ณ ประตูระบายน้ำบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนที่น้ำจะเข้าสู่ กทม.ขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติคือเฉลี่ย 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีศักยภาพรองรับได้อีกถึง 3,500 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งต่างจากเมื่อปี 2554 ที่มีการระบายน้ำออกมากกว่า 4,000 ลบ.ม.ต่อวินาที

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งกำชับให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ประสานกับจังหวัด หน่วยทหาร และองค์กรปกครองท้องถิ่น เร่งออกช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งแจ้งเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดเพราะในช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบจากพายุในฤดูมรสุม เพื่อให้สามารถเตรียมการรับมือและป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของตนเองได้อย่างทันท่วงที

สมพระเกียรติ “พระเมรุมาศ” ใกล้เสร็จสมบูรณ์

การจัดสร้างพระเมรุมาศ สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ใกล้เสร็จสมบูรณ์

พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตรวจความพร้อมพื้นที่จัดสร้างพระเมรุมาศและการทดสอบความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ สำหรับยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ ซึ่งทุกอย่างต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

ทั้งนี้ ภายหลังการยกยกพระนพปฎลมหาเศวตฉัตรยอดพระเมรุมาศ จะถือว่าพระเมรุมาศเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ส่วนภาพรวมองค์ประกอบโดยรอบเสร็จประมาณร้อยละ 99 ขณะที่ภายในอาคารพระที่นั่งทรงธรรมและอาคารต่างๆ ได้มีการปูพรม รวมทั้งมีการจัดวางเก้าอี้เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับพระราชพิธี ถวายพระเพลิงฯ ส่วนพระเมรุมาศ จะมีการเก็บรายละเอียดเพิ่มอีกเล็กน้อย

ลือสนั่น อดีตเจ้าอาวาสสวมบัตรคนตาย เผ่นหนีข้ามแดนแล้ว

ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 เผยจากข้อมูลจุดผ่านแดนยังไม่พบว่า เจ้าอาวาสวัดสวนดอก เดินทางออกนอกประเทศ หลังมีการแจ้งความดำเนินคดีสวมบัตรคนตาย ขณะที่แหล่งข่าวในพื้นที่อำเภอแม่อาย ระบุหลบหนีข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ผ่านช่องทางธรรมชาติ

(13 ต.ค.) พลตำรวจตรีบัณฑิต ตุงคะเศรณี ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าทางฝ่ายปกครองอำเภอแม่อายจังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพระราชรัชมุนี เจ้าอาวาสวัดสวนดอก และเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่แล้ว เรื่องสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนตาย ซึ่งในส่วนของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ด่านผ่านแดนทุกจุดในความรับผิดชอบเฝ้าระวังจับตาบุคคลดังกล่าว

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ยังไม่มีการเดินทางออกนอกประเทศผ่านทางช่องทางปกติแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ ที่อาจจะเดินทางออกนอกประเทศแล้วผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันแสดงความเห็นว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องน่าจะถือเป็นโอกาสที่ดีในการดำเนินการตรวจสอบการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ทั้งระบบ

ทั้งนี้ กระแสข่าวในพื้นที่อำเภอแม่อาย ระบุว่า เจ้าอาวาสวัดสวนดอก ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วผ่านช่องทางธรรมชาติที่เป็นแนวชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ด้านอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

ชาวบ้านวอนเขื่อน อย่าระบายน้ำเพิ่ม เพราะกั้นกระสอบทรายไม่ทัน

ชาวสรรพยา จ.ชัยนาท วอนเขื่อนเจ้าพระยาอย่าเพิ่มการระบายน้ำตอนกลางคืน เพราะเสริมกระสอบทรายไม่ทัน

วันที่ 13 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ จ.ชัยนาท ที่ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำให้ขึ้นไปอยู่ในเกณฑ์ 2,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ตามแผนของกรมชลประทาน ส่งผลให้พื้นที่ท้ายใน อ.สรรพยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น

ล่าสุด ชาวบ้าน 3 ตำบล ใน อ.สรรพยา ที่ได้รับผลกระทบ ร้องทุกข์ผ่านผู้สื่อข่าวของเราว่า เขื่อนเจ้าพระยามักจะเร่งปล่อยน้ำปริมาณมากๆ ในช่วงเวลากลางคืน ทำให้น้ำไหลข้ามแนวกระสอบทรายเข้าชุมชน โดยชาวบ้านไม่รู้ตัวเพราะเป็นเวลาที่ชาวบ้านพักผ่อน กว่าจะรู้ตัวหรือระดมคนมาช่วยกันเสริมความสูงของแนวกระสอบทรายก็เป็นช่วงเช้าที่น้ำทะลักเข้าพื้นที่แล้ว สร้างความลำบากทั้งการที่จะต้องสูบน้ำออกและซ่อมแนวกระสอบทรายที่เสียหาย

ทั้งนี้ จึงอยากวอนขอไปยังเขื่อนเจ้าพระยา ขอให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำเฉพาะเวลากลางวัน เพราะชาวบ้านยังสามารถระดมคนช่วยกันป้องกันน้ำได้ แต่ถ้าแอบปล่อยเพิ่มกลางดึกชาวบ้านก็เดือดร้อน และหากปล่อยน้ำเกิน 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พื้นที่ท้ายเขื่อนคงมีสภาพใกล้เคียงปี 2554 จึงวอนไปถึงกรมชลประทานขอให้รักษาคำพูด ไม่ระบายเกิน 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะระบายระดับนี้ชาวบ้านยังพอสู้ไหว

ริชชี่ นางเอกเชื้อสายลาหู่ สานต่อพระราชดำริในหลวง ร.9 เพื่อชาวเขา

นางเอกสาวช่อง 3 ริชชี่ อรเณศ ดีคาบาเลส เป็นนางเอกลูกครึ่งผสมหลายเชื้อชาติ และมีเชื้อสายชาวเขาเผ่าลาหู่ เกิดและเติบโตมาบนดอยปู่หมื่น จ.เชียงใหม่ ครอบครัวของ คุณแม่ชฎาพร ไชยกอ เป็นข้ารองพระบาทปฏิบัติงานถวาย ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตลอด นับตั้งแต่ นายจะฟะ ไชยกอ คุณตาของริชชี่ ได้รับพระราชทานชาพันธุ์อัสสัมเพื่อให้มาปลูกทดแทนฝิ่น คุณตาจะฟะทุ่มเทพลังกายพลังใจพยายามเปลี่ยนชาวบ้านทั้งดอยให้เลิกปลูกฝิ่นและหันมาปลูกชา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะคุณตาไม่มีความรู้เรื่องชามาก่อน และยังเป็นงานที่เสี่ยงมาก แต่เพราะในหลวงท่านมอบชีวิตให้กับคุณตา ทำให้ครอบครัวทุกคนได้เป็นคนไทยและมีชีวิตที่ดีขึ้น คุณตาก็พร้อมจะมอบชีวิตทั้งหมดเพื่อทำงานถวายพระองค์ท่าน

แต่เมื่อไปขัดผลประโยชน์ขบวนการรับซื้อฝิ่น ทางนั้นจึงส่งคนมายิงคุณตาเสียชีวิต แต่จนถึงวินาทีสุดท้ายที่คุณตาจะฟะมีลมหายใจ ท่านก็ยังยึดมั่นที่จะให้ชาวเขาเปลี่ยนจากฝิ่นมาปลูกชาแทน และส่งต่อความตั้งใจนี้มายังลูกๆ ทั้ง 11 คน ปัจจุบันนี้พี่น้องของคุณแม่ทุกคนยังสานต่อ และพัฒนาในสิ่งที่ตัวเองถนัด สำหรับริชชี่มีความตั้งใจอยากที่จะสานต่อให้ชาของชาวบ้านมีที่ขาย เพื่อที่เขาจะได้ปลูกเพิ่ม ตอนนั้นคุณตาตั้งใจจะปลูกชาให้ได้ 2 พันไร่ แต่ยังไม่สำเร็จ ถ้าวันนี้ชามีที่ขาย เขาจะสามารถปลูกตรงนี้ได้ทั้งหมด

งานของครอบครัว นอกจากปลูกชาแบบดั้งเดิม ยังปลูกลิ้นจี่ซึ่งได้รับพระราชทานมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่นกัน พร้อมกันนี้ยังได้ทำหมู่บ้านต้นแบบเชิงวัฒนธรรม บ้านดอยปู่หมื่น อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นการท่องเที่ยววิถีชุมชน เพื่อให้ชาวเขามีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงขึ้น และเป็นต้นแบบให้หลายชุมชนมาเรียนรู้ พัฒนาชุมชนของตัวเองอีกด้วย หลังจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ริชชี่ก็ตั้งใจที่จะช่วยงานของครอบครัวอย่างเต็มที่ และสานต่อพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ต่อไป เพราะพระองค์ท่านทรงมอบชีวิตให้กับครอบครัว ทำให้มีทุกวันนี้ได้