Posts Tagged ‘ข่าวล่าสุด’

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! พญานาคนาคีให้โชค คอหวยแห่ส่องเลขเด็ดแน่นวัด

ประชาชนหลั่งไหลเข้ากราบไหว้รูปปั้นพญานาคนาคีผุดขึ้นจากดิน เซียนหวยไม่พลาดส่องขันน้ำมนต์ดูเลขเด็ด

วันที่ 12 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปที่วัดจันทร์นิมิต ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อกราบไหว้ขอพรจากรูปปั้นพญานาคนาคีที่ หลังมีได้มีชาวบ้านรายหนึ่งมากราบไหว้ แล้วโชคดีถูกหวยงวดที่ผ่านมา

ตลอดทั้งวันพบว่า มีบรรดาประชาชนทั่วไปต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียน แวะเวียนมากราบไหว้ขอพร บูชารูปปั้นพญานาคนาคี ซึ่งมีลักษณะเสมือนจริง กำลังผุดขึ้นจากผิวดิน จำนวน 2 ตน ตามความเชื่อความศรัทธา ต่างตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนถึงขนาดพากันจ้องเข้าไปที่ดวงตาพญานาค ก่อนบอกต่อๆกันว่า เห็นเป็นตัวเลขอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกันพบว่า มีร่างทรงเป็นหญิงรายหนึ่งแต่งกายด้วยชุดไทย สีเขียวสวยงาม ได้มาประกอบพิธี ร่ายรำแก้บนตามความเชื่อ ต่อหน้ารูปปั้นพญานาค เรียกเสียงฮือฮาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยนักท่องเที่ยวบางคนที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้และส่งต่อขึ้นโซเชียล

ขณะที่ชาวบ้านบางรายได้นำกระดาษ ปากกา ขึ้นมาจดตัวเลข จากลักษณะการร่ายรำของร่างทรง และที่สร้างความฮือฮาที่สุด คือขันน้ำมนต์ที่ใช้สำหรับประกอบพิธี พบว่าน้ำตาเทียน หยดติดกันเป็นรูปร่างตัวเลขที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

น่ารักเกินห้ามใจ! ตุ๊กตาหมีหน้าคลินิกถูกขโมยหายกลางดึก

เจ้าของคลินิกทำฟันเมืองชลบุรีเข้าแจ้งความตุ๊กตาหมีหน้าร้านหาย ตรวจวงจรปิดพบชายสูงวัยอุ้มขึ้นรถไปกลางดึก

วันที่ 13 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุทธินาถ อายุ 35 ปี เจ้าของคลินิกทำฟัน ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วุฒินันท์ นามแสง สารวัตรเวร สภ.เสม็ด หลังตุ๊กตาหมีหน้าร้านหายไป 2 ตัว

ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบชายสูงอายุประมาณ 50 ปี ได้ขับรถกระบะ 4 ประตู มาจอดที่บริเวณหน้าคลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังจากนั้นได้ลงจากรถกระบะทำเนียนมานั่งสูบบุหรี่ดูลาดเลา ต่อมาได้ทำการแกะไวนิลที่ติดบริเวณหน้าร้าน แล้วนำไปโยนใส่หลังรถกระบะ ต่อมาได้อุ้มตุ๊กตาที่ตั้งโชว์ไว้ร้านขึ้นรถกระบะขับหนีไปอย่างหน้าตาเฉย

ผู้เสียหายให้การว่า มีคนร้ายเป็นชายมาลักขโมยตุ๊กตาหมี ดินเผาไป 1 ตัว ราคา 4,500 บาท และแผ่นป้ายไวนิลโฆษณา ราคา 300 บาท โดยคนร้ายใช้รถกระบะมาจอดหน้าร้านพร้อมทั้งถอดป้ายโฆษณาไวนิล และยกตุ๊กตาหมีหลบหนีไป

ก่อนหน้านี้คนร้ายได้มาทำทีคล้ายจะลักตุ๊กตาหมีมาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งสบโอกาสจึงได้มาลักขโมยตุ๊กตาหมีและไวนิลดังกล่าว ภายหลังจากรับแจ้งแล้วตำรวจจะได้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เปิดใจสาวมทส.รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเทพฯ

เปิดใจบัณฑิตสาว มทส. ผู้โชคดี หลังสมเด็จพระเทพฯ ทรงเห็นบาดเจ็บนั่งรถเข็น ลงมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือ

ในเพจเฟชบุ๊กของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ได้มีการแชร์ภาพอันแสนประทับใจในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2559 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2560 โดยเป็นภาพบัณฑิตสาว 2 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ขา นั่งรถเข็นอยู่ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเดินมาพระราชทานปริญญาบัตรให้กับมือเป็นการเฉพาะ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มปีติให้กับบัณฑิตสาวทั้ง 2 คน และผู้ที่เห็นภาพนี้เป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้รับการเปิดเผยว่า นักบัณฑิตสาว 2 ราย ในภาพนั้น คือ นางสาวอนัสรีย์ เพชรขุ้ม อายุ 27 ปี มหาบัณฑิตปริญญาโท สาขาบริหารงานก่อสร้างและสาธารณูปโภค และนางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา อายุ 22 ปี บัณฑิตปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม

นางสาวอภิญญา พงศ์อัมพรนารา หรือ น้องเตย หนึ่งในบัณฑิตสาวผู้โชคดี เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่ตนต้องนั่งรถเข็นนั้น เนื่องจากว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ก่อนวันรับพระราชทานปริญญาบัตรเพียง 1 วัน ตนได้ประสบอุบัติเหตุ ตกบันไดขณะที่ซ้อมรับปริญญา ซึ่งขณะนั้นรู้สึกกังวลมาก กลัวว่ารุ่งเช้าจะไม่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร แต่เมื่อถึงพิธีฯ ทางมหาวิทยาลัยก็ได้แจ้งว่าตนเอง จะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรเป็นลับดับที่ 1,922 จึงรู้สึกดีใจมาก

เมื่อถึงช่วงที่พระองค์พักการพระราชทานปริญญาบัตรครึ่งแรก ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย เดินมาบอกว่า สมเด็จพระเทพฯ จะทรงเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตรให้บัณฑิตที่นั่งรถเข็น 2 คน เป็นการเฉพาะด้วยพระองค์เอง ตอนนั้นตนรู้สึกทั้งตกใจ และตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่คิดว่าพระองค์จะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อตนเองได้ถึงเพียงนี้ เมื่อถึงเวลาที่พระองค์เสด็จมายืนอยู่ต่อหน้า ใจก็รู้สึกสั่น และยิ้มอยู่ตลอดเวลา จนกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่ ขณะที่รับพระราชทานจากพระองค์ท่าน ก็ทำให้ตนเองรู้สึกปลื้มปีติยินดีมากที่สุดในชีวิต

โดยหลังจากนี้ ตนจะนำภาพนั้นไปใส่กรอบรูป เก็บไว้ที่บ้าน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจะพยายามศึกษาให้จบปริญญาโท เมื่อศึกษาจบแล้ว ก็จะตั้งใจทำงานเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

สุดน่ารัก ! พ่อขออาจารย์พาลูกสาวเข้าสอบ เผยยังรักกันดีกับภรรยา

หนุ่ม กศน.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ขอพาลูกสาววัย 2 ขวบ เข้าไปสอบด้วย เผยไม่ได้เลิกกับภรรยา และยังรักกันดี แต่อีกฝ่ายต้องไปทำงานต่างจังหวัด

หลังจากโลกออนไลน์แชร์ภาพนักศึกษาชายคนหนึ่ง ขออนุญาตพาลูกสาววัย 2 ขวบ หน้าตาน่ารัก เข้าไปนั่งในห้องสอบด้วย พร้อมระบุข้อความว่า #อาจารย์ครับผมขอเอาลูกเข้าสอบด้วยได้ไหมครับ ลูกผมติดผม ไม่มีใครดูแลเลย มีกันสองคนพ่อลูก

โดยทราบชื่อต่อมาคือ นายสุทธิรักษ์ อายุ 22 ปี กำลังศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ที่ศูนย์การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอโกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร มีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ ซึ่งในร้านของพ่อ ส่วนลูกสาวชื่อว่า “น้องต้นหอม” อายุได้ 2 ขวบกว่า มีนิสัยชอบวิ่งเล่น ร่าเริง และเป็นเด็กไม่ดื้อไม่ซน

นายสุทธิรักษ์ เปิดเผยว่า พี่สาวได้นำรูปภาพของตนโพสต์ลงบนโซเชียล โดยเล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า เป็นวันที่ตนเองได้ไปสอบเพื่อจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ได้พาลูกสาว น้องต้นหอม ไปสอบด้วย เนื่องจากมีความจำเป็น เพราะทุกคนในครอบครัวติดธุระกันหมด

แม่ของตนเองก็ไปสอบด้วยเช่นกัน ไม่มีใครดูแลน้องต้นหอม จึงได้ขออนุญาตอาจารย์ผู้คุมสอบ ขอให้ลูกสาวเข้าไปนั่งสอบด้วยข้างๆ ได้ไหม น้องต้นหอม ไม่ดื้อ ไม่ซน อาจารย์ผู้คุมสอบก็อนุญาตให้เข้าไป ซึ่งตนเองได้เข้าไปนั่งในห้องสอบเป็นคนแรก

ส่วนแม่ของน้องต้นหอม ไม่ได้เลิกกัน ความสัมพันธ์รักกันดี เพียงแต่แม่ของน้องต้นหอมทำงานอยู่ต่างจังหวัด และจะส่งเงินมาช่วยเป็นค่าเล่าเรียนของน้องต้นหอมทุกเดือน อีกไม่กี่เดือนก็จะกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

ลูกสาววัย 11 ปี วอนช่วย แม่หายตัวขณะไปเที่ยวญี่ปุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (12 ต.ค.) นางรัชนี และ ด.ญ.สุ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี สองยายหลาน อาศัยอยู่ที่หมู่ 15 ตำบลไร่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ได้ร้องขอความช่วยเหลือสื่อมวลชนให้ช่วยติดตามการหายตัวไปของ น.ส.อัจฉรา อายุ 29 ปี ซึ่งได้เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา และบอกว่าจะกลับมาเมืองไทยและมาถึงจังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 4 ต.ค. เพื่อจัดงานวันเกิดของตนเองในวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา

หลังจากที่ น.ส.อัจฉรา เดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น แล้วก็มีการติดต่อกลับมาทางบ้านโดยผ่านทางแชทอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันที่ 25-29 ก.ย. ก็ไม่สามารถที่จะติดต่อกับ น.ส.อัจฉรา ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ซึ่งตนเองและหลานรู้สึกเป็นห่วง น.ส.อัจฉรา เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย

โดยวันที่ 4 ต.ค. ได้เข้าไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี ให้ช่วยติดตามพร้อมทั้งเดินทางไปที่สถานทูตญี่ปุ่นให้ช่วยติดตามให้เช่นกัน แต่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร โดยหน่วยงานทั้ง 2 แห่ง แจ้งว่าขอให้รอคิวก่อน เพราะไม่มีข้อมูลให้ทางเจ้าหน้าที่

เนื่องจาก น.ส.อัจฉรา แจ้งเพียงว่าเที่ยวประเทศญี่ปุ่น และตนเองไม่ทราบว่าเขาไปกับใครไปที่ไหนบ้าง เพราะลูกสาวเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวจะไม่บอกอะไรมาก จึงไม่มีข้อมูลให้ทางเจ้าหน้าที่และสถานทูต

โดย นางรัชนี ซึ่งเป็นมารดาของนางสาวอัจฉรา บอกว่าลูกสาวที่หายตัวไปเป็นเสาหลักของครอบครัวที่หาเงินส่งมาเลี้ยงดูแม่และลูกสาว คือเด็กหญิงสุ อายุ 11 ปี ที่กำลังเรียนหนังสือ หากขาดแม่หลานสาวคงจะไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ และบ้านที่อยู่อาศัยปัจจุบันคงต้องถูกยึด ชีวิตตนเองและหลานสาวคงจะลำบาก วิงวอนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทางสถานทูตญี่ปุ่นได้ช่วยติดตามหาตัวลูกสาวด้วย

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

สลด! 2 เด็กชายอายุ 13 ปี ขี่ จยย. ถูกกระบะชนเข้าอย่างจัง ดับ 1 สาหัส 1

รถกระบะชน จยย. ก่อนลาก จยย.ที่อยู่ใต้ท้องรถไปด้วยจนไฟลุกท่วม วอดทั้งกระบะทั้ง จยย. คนขับกระบะเเละครอบครัวหนีออกจากรถได้อย่างหวุดหวิด ส่วนผู้ขี่ จยย. 2 ราย วัย 13 ปี เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย

วันที่ 8 ต.ค. 60 ร.ต.อ.นิรันดร์ ทองปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ มีไฟไหม้และมีผู้บาดเจ็บที่ถนนสายด่านช้าง-หนองปรือ หมู่ 3 ต.ด่านช้าง จึงประสานรถดับเพลิงแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขต อ.ด่านช้าง

ที่เกิดเหตุพบร่างเด็กชายอายุระหว่าง 13 ปี 2 ราย นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน จึงรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่ง รพ.ด่านช้าง ให้แพทย์ช่วยชีวิต ใกล้กันมีรถกระบะยี่ห้ออีซูซุสีเทาดำ ทะเบียน ผค 4441 นครปฐม จอดอยู่ข้างทางมีไฟลุกไหม้ท่วมทั้งคัน เจ้าหน้าที่จึงระดมฉีดน้ำควบคุมใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพลิงจึงสงบ

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังฉีดน้ำดับไฟได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่รถกระบะถูกไฟไหม้วอดพร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กวฉ 52 บุรีรัมย์ ที่ถูกรถกระบะชนติดคาอยู่ใต้ท้อง สภาพพังเสียหายทั้งสองคัน

ร.ต.อ.นิรันดร์ ทองปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ด่านช้าง กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบวาก่อนเกิดเหตุ นายนิรุติ อายุ 29 ปี ได้ขับรถกระบะออกจากบ้านพาภรรยาและลูกสาววัย 10 ขวบ ไปทำบุญไหว้พระหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์

เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางสามแยก มีรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บขี่ออกจากทางแยกตัดหน้ารถกระบะในระยะกระชั้นชิด ทำให้คนขับรถกระบะเบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนอย่างแรง จนร่างเด็กชายทั้งสองกระเด็นกระแทกพื้น และรถกระบะได้ลากรถจักรยานยนต์ที่อยู่ใต้ท้องรถ ครูดไปกับพื้นถนนเป็นระยะทางยาวเกือบ 80 เมตร จนเกิดประกายไฟลุกไหม้รถกระบะ เคราะห์ดีที่คนขับเบรกและรีบจอดรถข้างทางหนีออกมาได้ทัน หวิดถูกย่างสด

ส่วนผู้ขับรถจักรยานยนต์ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.ด่านช้าง ชื่อ ด.ช.เอ อายุ 13 ปี ส่วนคนซ้อนท้ายชื่อ ด.ช.พี อายุ 13 ปีอาการสาหัส ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช

ซึ่งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บได้ชวนกันขับขี่รถจักรยานยนต์มาจาก ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มาเที่ยวหาดทราย ในเขต อ.ด่านช้าง แล้วมาประสบอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com