Posts Tagged ‘ภูมิภาค’

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่! พญานาคนาคีให้โชค คอหวยแห่ส่องเลขเด็ดแน่นวัด

ประชาชนหลั่งไหลเข้ากราบไหว้รูปปั้นพญานาคนาคีผุดขึ้นจากดิน เซียนหวยไม่พลาดส่องขันน้ำมนต์ดูเลขเด็ด

วันที่ 12 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากเดินทางไปที่วัดจันทร์นิมิต ต.บ้านโตก อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อกราบไหว้ขอพรจากรูปปั้นพญานาคนาคีที่ หลังมีได้มีชาวบ้านรายหนึ่งมากราบไหว้ แล้วโชคดีถูกหวยงวดที่ผ่านมา

ตลอดทั้งวันพบว่า มีบรรดาประชาชนทั่วไปต่างพากันนำดอกไม้ธูปเทียน แวะเวียนมากราบไหว้ขอพร บูชารูปปั้นพญานาคนาคี ซึ่งมีลักษณะเสมือนจริง กำลังผุดขึ้นจากผิวดิน จำนวน 2 ตน ตามความเชื่อความศรัทธา ต่างตั้งจิตอธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนถึงขนาดพากันจ้องเข้าไปที่ดวงตาพญานาค ก่อนบอกต่อๆกันว่า เห็นเป็นตัวเลขอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกันพบว่า มีร่างทรงเป็นหญิงรายหนึ่งแต่งกายด้วยชุดไทย สีเขียวสวยงาม ได้มาประกอบพิธี ร่ายรำแก้บนตามความเชื่อ ต่อหน้ารูปปั้นพญานาค เรียกเสียงฮือฮาแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยนักท่องเที่ยวบางคนที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ได้นำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้และส่งต่อขึ้นโซเชียล

ขณะที่ชาวบ้านบางรายได้นำกระดาษ ปากกา ขึ้นมาจดตัวเลข จากลักษณะการร่ายรำของร่างทรง และที่สร้างความฮือฮาที่สุด คือขันน้ำมนต์ที่ใช้สำหรับประกอบพิธี พบว่าน้ำตาเทียน หยดติดกันเป็นรูปร่างตัวเลขที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

น่ารักเกินห้ามใจ! ตุ๊กตาหมีหน้าคลินิกถูกขโมยหายกลางดึก

เจ้าของคลินิกทำฟันเมืองชลบุรีเข้าแจ้งความตุ๊กตาหมีหน้าร้านหาย ตรวจวงจรปิดพบชายสูงวัยอุ้มขึ้นรถไปกลางดึก

วันที่ 13 พ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุทธินาถ อายุ 35 ปี เจ้าของคลินิกทำฟัน ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.วุฒินันท์ นามแสง สารวัตรเวร สภ.เสม็ด หลังตุ๊กตาหมีหน้าร้านหายไป 2 ตัว

ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบชายสูงอายุประมาณ 50 ปี ได้ขับรถกระบะ 4 ประตู มาจอดที่บริเวณหน้าคลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังจากนั้นได้ลงจากรถกระบะทำเนียนมานั่งสูบบุหรี่ดูลาดเลา ต่อมาได้ทำการแกะไวนิลที่ติดบริเวณหน้าร้าน แล้วนำไปโยนใส่หลังรถกระบะ ต่อมาได้อุ้มตุ๊กตาที่ตั้งโชว์ไว้ร้านขึ้นรถกระบะขับหนีไปอย่างหน้าตาเฉย

ผู้เสียหายให้การว่า มีคนร้ายเป็นชายมาลักขโมยตุ๊กตาหมี ดินเผาไป 1 ตัว ราคา 4,500 บาท และแผ่นป้ายไวนิลโฆษณา ราคา 300 บาท โดยคนร้ายใช้รถกระบะมาจอดหน้าร้านพร้อมทั้งถอดป้ายโฆษณาไวนิล และยกตุ๊กตาหมีหลบหนีไป

ก่อนหน้านี้คนร้ายได้มาทำทีคล้ายจะลักตุ๊กตาหมีมาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งสบโอกาสจึงได้มาลักขโมยตุ๊กตาหมีและไวนิลดังกล่าว ภายหลังจากรับแจ้งแล้วตำรวจจะได้ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ชาวบ้านมุกดาหาร ร้องทุกข์ ไม่มีไฟฟ้าใช้มานานกว่า 10 ปี

ชาวบ้านกว่า 15 ครัวเรือน ร้องทุกข์ หลังต้องเผชิญกับความมืดที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ มานานกว่า 10 ปี เผยเคยทำหนังสือร้องขอไปยังหน่วยงานภาครัฐแล้ว แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้ชาวบ้านรอเก้อ

เมื่อวานนี้ (2 พ.ย. 2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ได้เดินทางไปที่บ้านคำฮี หมู่ที่ 7 ต.โพนทราย อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์จากชาวบ้านว่าไม่มีไฟฟ้าใช้มากว่า 10 ปี ทั้งที่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งที่ผ่านมาตัวแทนชาวบ้าน ก็ได้ดิ้นรนร้องขอแสงสว่างจากหลายหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่ทุกหน่วยงานก็แค่รับปากว่าจะจัดการให้ ผ่านไปผ่านมา 10 ปี ก็ยังไร้วี่แวว

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บ้านเรือนบริเวณดังกล่าวไม่มีไฟฟ้าใช้ ประมาณ 15 ครัวเรือน มีประชากรรวมกว่า 50 ชีวิต ซึ่งภายในบ้านเกือบทุกหลังคาเรือน จะไม่พบเห็น การเดินระบบวงจรไฟฟ้าหรือปลั๊กไฟฟ้าภายในบ้าน และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่นโทรทัศน์ หม้อหุงข้าว พัดลม แต่กลับไม่ได้มีการใช้งาน มีเพียงหม้อแบตเตอรี่และแบตเตอรี่ที่สำรองไฟฟ้าจากแสงพระอาทิตย์เท่านั้น ซึ่งก็สามารถสำรองหรือเก็บไฟได้เพียงแค่ 2 ชั่วโมง ไว้ใช้สำหรับให้ลูกหลานทำการบ้าน หรืออ่านหนังสือ

นางคำกอง กล่าวว่า ตนเองอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวมากว่า 20 ปี ที่ผ่านมาไม่มีไฟฟ้าใช้ ก่อนหน้านี้ขอใช้ไฟฟ้าจากวัด แต่เนื่องด้วยไฟฟ้าทางวัดเป็นหม้อไฟพิเศษ จึงต้องเสียค่าไฟฟ้าตกเดือนละกว่า 2,700 บาท ทางครอบครัวตนไม่สามารถจะหาเงินมาจ่ายได้ จึงต้องหยุดใช้ไฟฟ้าจากทางวัด และต้องทนอยู่กับสภาพความมืดต่อไป ชาวบ้านกว่า 15 ครัวเรือน ร้องทุกข์ หลังต้องเผชิญกับความมืดที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ มานานกว่า 10 ปี เผยเคยทำหนังสือร้องขอไปยังหน่วยงานภาครัฐแล้ว แต่สุดท้ายก็ปล่อยให้ชาวบ้านรอเก้อ

ต้องสั่งปิด! รร.นานาชาติชื่อดังเชียงใหม่ ถูกน้ำพัดเสียหายกว่า 40 ล้าน

น้ำท่วมหนัก อาคารเรียนสร้างจากดินของ รร.นานาชาติชื่อดัง ถูกกระแสน้ำพัด เสียหายกว่า 40 ล้านบาท ล่าสุด เตรียมประสานให้นักเรียนระดับชั้นอนุบาล – ป.6 กว่า 200 คน ไปเรียนที่อื่นชั่วคราว

(12 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ยังไม่คลี่คลาย ยังมีหลายจุดที่น้ำยังคงท่วมขัง ระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

ล่าสุด คุณครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนนานาชาติปัญญาเด่น ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ช่วยกันขนย้ายและทำความสะอาดอุปกรณ์การเรียน สมุดหนังสือ รวมทั้งคอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ออกจากอาคารเรียนที่ถูกน้ำท่วม หลังจากที่ถูกน้ำป่าจากยอดดอยไหลทะลักเข้าท่วมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

ทำให้อาคารเรียนที่สร้างจากดินและมีโครงสร้างเป็นไม้ไผ่ 15 หลัง บนพื้นที่ 14 ไร่ ได้รับความเสียหาย ถูกน้ำกัดเซาะจนผนังอาคารพังลงมาหลายจุด รวมทั้งอาคารเอนกประสงค์ที่สร้างจากไม้ไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พื้นที่กว่า 700 ตารางเมตร เสียหายด้วยเช่นกัน

นางสาวยอดเพชร สุดสวาท เจ้าของโรงเรียน บอกว่า น้ำเริ่มเข้าท่วมตั้งแต่ 05.00 น. ก่อนจะเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วในช่วง 08.00 น. ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ขนของหนีไม่ทัน แม้ว่าจะใช้เครื่องสูบน้ำเข้าช่วย แต่จนถึงช่วงบ่ายระดับน้ำก็ลดลงเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ อุทกภัยที่เกิดขึ้นทำให้ทางโรงเรียนต้องสั่งปิดโรงเรียนไม่มีกำหนด พร้อมเตรียมประสานให้นักเรียนระดับชั้นอนุบาล – ป.6 กว่า 200 คน ไปเรียนที่อื่นชั่วคราว เนื่องจากเกิดความเสียหายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาและคาดว่าต้องใช้เวลานานในการฟื้นฟู

สำหรับอาคารเรียนและอาคารสำนักงานทั้ง 15 หลัง ที่สร้างจากดินและไม้ไผ่ เป็นแนวคิดของโรงเรียนที่ต้องการให้นักเรียนอยู่กับธรรมชาติ และ ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

ป้าผวาแก๊งเงินกู้ บุกพ่นสีด่าทั่วบ้าน โอดคนให้กู้เป็นหนี้แทนแล้วเผ่น

แก๊งเงินกู้เหิมบุกพ่นสเปร์ย ทุบประตูรั้วกระถางต้นไม้เกลื่อน หลังป้าวัย 59 ปี ขาดเงินส่งดอก ขณะที่เจ้าของบ้านเผย ช่างรับเหมาที่เคยทำงานให้กู้หนี้นอกระบบแทน ก่อนจะเผ่นหนี

เมื่อวานนี้ (7 ต.ค.) ร.ต.ท.พชรพล ตอรบรัมย์ พงส.สภ.พระสมุทรเจดีย์ได้รับแจ้งจาก นางอุส่าห์ อายุ 59 ปี ว่า มีแก๊งเงินกู้เข้ามาพ่นฉีดสเปร์ยบริเวณทางเข้าบ้านและรั้วประตูบ้านกระถางต้นไม้หน้าบ้านถูกทุบแตกเสียหายหลายใบ ประตูรั้วที่สร้างรอบไว้ด้วยแผ่นยิปซั่มถูกถีบทำลายเสียหาย จึงรายงาน พ.ต.อ.อนันต์ ชัยชาญ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ พ.ต.ท.นาวิน ทองสง่า รอง.ผกก.สส.ทราบ ก่อนเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนและสายตรวจรถจักรยานยนต์

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านแบบทาวน์เฮ้าส์ขนาด 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิดบริเวณพื้นปูหน้าบ้านพบรอยสีสเปร์ยสีขาวฉีดพ่นคำว่า “อีเหนียวหนี้” บริเวณรั้วประตูเข้าบ้านพบข้อความเช่นเดียวกันฉีดพ่นทั้งประตูและรั้วข้างบ้าน และบริเวณกระถางต้นไม้หน้าบ้านทั้ง 2 ฝั่ง มีเศษกระถางต้นไม้และเศษดินเกลื่อนพื้น ภายในบ้านพบ นางอุส่าห์ เจ้าของบ้าน นั่งอยู่ในอาการที่หวาดระแวง ก่อนนำใบเสร็จสำคัญการส่งเงินและเอกสารติดต่อกู้เงินให้เจ้าหน้าที่ดู

จากการสอบถาม นางอุส่าห์ ทราบว่า ตนมีอาชีพรับเหมาก่อสร้างโดยแบบโยนงานให้ช่างแล้วมารับเงินว่าจ้างต่อ ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์แก๊งเงินกู้มาพ่นฉีดสเปร์ยนั้น เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ตนได้รับเหมางานต่อเติมบ้านย่านพระประแดงโดยได้ว่าจ้าง นายอุเทน (ไม่ทราบนามสกุล) ช่างทำงานด้วยกัน 2 ปี เป็นผู้ไปทำงานแต่ นายอุเทน บอกว่าขอเบิกเงินล่วงหน้าก่อนจำนวน 20,000 บาท เพื่อจะนำไปใช้จ่ายค่าวัสดุและใช้จ่ายส่วนตัว

ตนบอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานเท่าไรเพราะฝนตกบ่อยและเงินที่ติดตัวมีไม่มากนั้น จึงให้นายอุเทนไปหาแหล่งเงินมาเองแล้ว นางอุส่าห์ จะเป็นคนค้ำประกันให้ จนกระทั่ง นายอุเทน ไปติดต่อแหล่งเงินได้แล้วแต่ทางเจ้าของแหล่งเงินไม่อนุญาตให้ นายอุเทน เป็นผู้กู้ เนื่องจากเป็นแค่ช่างและที่พักมีไม่แน่ชัด จึงมาให้นางอุส่าห์ เป็นคนกู้เพียงคนเดียว

แต่ด้วยความสงสารตนจึงตอบตกลงกู้เงินมาจำนวน 20,000 บาท ซึ่งส่งดอกวันละ 400 บาท แต่รับจริงเพียง 17,400 บาท โดยเจ้าของแหล่งเงินอ้างว่าต้องหักค่าบริการ ค่าเอกสาร ค่าน้ำมันรถ ค่าโทรศัพท์จน รุ่งขึ้นอีกวันตนรีบจ่ายเงินจำนวน 400 บาท เป็นค่าดอกไปก่อนหน้านี้บางวันจ่ายถึง 1,200 บาท

หลังจากนั้นอีกประมาณ 10 วัน ลูกน้องที่เป็นช่างอีก 2 คน ขอเบิกเงินจำนวน 10,000 บาท เพื่อกลับบ้านต่างจังหวัด ตนจึงเงินติดต่อแหล่งเงินขอกู้เพิ่มอีก 10,000 บาท แต่รับจริงเพียง 7,800 บาทรวมแล้วตนต้องส่ง 800 บาทต่อวัน

จนกระทั่งเมื่อช่วงกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ไม่สามรถติดต่อช่างทั้ง 3 คนได้ ทราบว่าไปรับเหมางานอยู่ที่อื่นตนจึงเหมารถออกตามหาหลายแหล่งตามคำแนะนำของเพื่อนพวกช่างและเพื่อนตนกว่า 10 วัน แต่ไม่พบตัวและโทรศัพท์หล่นน้ำจึงไม่สามรถใช้การได้ จึงกลับมาตั้งหลักที่บ้านพักต้องตกใจพบข้อความพ่นด้วยสีสเปร์ยบนพื้นหน้าบ้านรั้วบ้านและกระถางต้นไม้

ก่อนมีเพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์มาเล่าให้ฟังว่า มีชาย 4 คน อายุประมาณ 25-30 ปี ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มา 2 คัน มาตะโกนเรียกชื่อตนที่หน้าบ้านอยู่นาน หลังจากนั้นได้ใช้สีสเปร์ยพ่นหน้าบ้านทั้งหมดและใช้เท้าถีบ ทุบที่ประตูรั้วบ้านจนได้รับความเสียหาย

หลังจากนั้นตนได้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่กล้าออกไปไหน โดยให้หลานชายและหลานสาวมาอยู่เป็นเพื่อน หวั่นจะเกิดอันตรายเมื่ออยู่คนเดียว อีกทั้งยังมีการโทรศัพท์มาข่มขู่ว่า ถ้าแจ้งความผมไม่เอาหรอกนะเงิน 30,000 บาท “เดี๋ยวป้าเจอกับผมแน่ป้าจะเล่นกับผมไหม ลูกพี่ผมเป็นคนใหญ่โตมีคนรู้จัก ไม่กลัวเหรอกตำรวจพื้นที่ไหนไป”

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานพร้อมสอบถามข้อมูล ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกติดตามหาข่าวและตรวจสอบภาพจากกล้อง CCTV ที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อติดตามตัวแก๊งเงินกู้รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

คืบหน้า! สาวถูกกล่าวหา หลอกหมั้นเชิดเงินหนี เข้าพบตำรวจแสดงความบริสุทธิ์ใจ

หญิงสาวที่ถูกกล่าวหาว่าหลอกให้ฝ่ายชายจัดพิธีหมั้น แล้วเชิดเงินหนีพร้อมสร้อยคอทองคำ ล่าสุด ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้ว

จากกรณีที่มีหนุ่มพนักงานช่างเทคนิคบริษัทแห่งหนึ่งวัย 32 ปี ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าถูกแม่ค้าขายของออนไลน์หลอกให้จัดพิธีหมั้น แล้วเชิดเงินจำนวน 50,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 25 สตางค์ หนีไป และไม่ยอมให้ฝ่ายชายพบหน้าอีกเลย

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 4 ต.ค. 60 หญิงสาวคนที่ถูกกล่าวหาดังกล่าว ได้เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง พร้อมกับแม่และพ่อ เพื่อเข้าพบกับ ร.ต.อ.สุริยา ผลชู ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ถึงกรณีดังกล่าว

โดยหญิงสาวผู้ถูกกล่าวหาได้บอกว่า สิ่งที่ฝ่ายชายได้ให้ข่าวไปนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่คบกันก็ยังคุยกันอยู่ตลอด และส่วนที่บอกว่าตนเองหายไปหลังจากพิธีหมั้น และไม่มาให้ฝ่ายชายเจอหน้าเลยนั้น หญิงสาวคนดังกล่าวบอกว่า ตนหายไปแค่เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น เพราะว่าพาแม่ไปต่างจังหวัด ไม่ได้หนีตามที่ฝ่ายชายให้ข่าว และที่เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจวันนี้ก็เพียงเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ทางฝ่ายชายกล่าวหา

ส่วนเงินค่าสินสอดที่ทางฝ่ายชายอยากจะขอคืนครึ่งหนึ่ง ฝ่ายหญิงก็บอกว่า ตนก็เสียหายเหมือนกัน ก็เลยอยากจะขอคืนบ้าง ส่วนทางด้าน ร.ต.อ.สุริยา กล่าวว่า เบื้องต้นจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายได้คุยกันก่อนว่าจะตกลงกันอย่างไร และก็ยังไม่มีการดำเนินคดีกับใคร เพราะอยากให้คุยกันก่อน ส่วนที่ทางฝ่ายหญิงจะแจ้งความฝ่ายชายกลับนั้นก็ทำได้ เพราะฝ่ายหญิงเป็นผู้ถูกกล่าวหา

ขอบคุณที่มา : news.sanook.com

ชื่นชม! ด.ญ.ชาวพม่า เก็บเงินหมื่นได้โพสต์ FB ตามหาเจ้าของ

นายวัชรินทร์ ประเทียบอินทร์ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 79 หมู่ที่ 8 ต.หาดยาย อ.หลังสวน จ.ชุมพร อาชีพค้าขาย แจ้งผู้สื่อข่าวว่า

ในช่วงเที่ยงของวันนี้ ได้มี ด.ญ.เมย (ไม่มีนามสกุล) อายุ 11 ปี เป็นลูกของชาวเมียนมาร์ นักเรียนชั้น ป.5 รร.บ้านในกริม สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาชุมพร เขต 2 อ.หลังสวน จ.ชุมพร นำกระเป๋าเงินหนังสีแดง แบบของผู้หญิงที่ใช้ถือ ภายในมีเงิน ทั้ง แบงค์พัน แบงค์ร้อย เป็นเงิน 15,000 บาท พร้อมด้วย บัตรเครดิต บัตรเอทีเอม บัตรประจำตัวคนไข้ รพ.หลังสวน มามอบให้

ดญ.เมย์ เล่าว่า “ในขณะที่เดินอยู่ริมถนน สาย หลังสวน – ระนอง (ทางหลวง หมายเลข 4006) ในช่องทางขาไป จ.ระนอง พบ เห็นกระเป๋า และ บัตรประจำตัวคนไข้ บัตรเอทีเอ็ม หล่นเกลื่อนริมถนน จึงรีบเก็บรวบรวม แต่ไม่ได้เปิดข้างในกระเป๋าและ วิ่งมายัง ร้านค้าของชำ และ ขายก๋วยเตี๋ยวมะนาว พบกับนายวัชรินทร์ ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี เมื่อตรวจสอบจึงพบว่า มีเงินจำนวนหนึ่ง พร้อมเอกสารต่างๆ แต่ไม่พบ บัตรประชาชน หรือ เบอร์โทรศัพท์ ของเจ้าของบัตร นายวัชรินทร์ จึงใช้โทรศัพท์ มือถ่ายภาพเอกสารบัตรประจำตัวคนไข้ พร้อมทั้งเขียนรายละเอียดไปโพสในเฟสบุค “ชุมชนคนปังหวาน” ที่ เป็นชุมชนในย่านดังกล่าว เผื่อ เป็นคนของคนในชุมชน และได้แจ้งไปยัง สถานีวิทยุ อสมท.หลังสวน เพื่อให้ ประกาศพร้อมทั้งเบอร์โทรติดต่อของนายวัชรินทร์

จนช่วงเวลา 14.00 น.ได้รับการติดต่อจาก นางประภักสร นาคงาม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/6 หมู่ที่ 4 ต.ปังหวาน อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร อาชีพเจ้าของสวนปาล์ม ขนาดใหญ่ และ ค้าขาย ว่า กระเป๋าดังกล่าวเป็นของนางประภักสร จึงนัดให้มาพบที่ร้านค้าของนายวัชรินทร์ พร้อมทั้งแจ้ง ผู้สื่อข่าว

นางประภักสร เดินทางมาด้วยสีหน้าที่ดีใจ น้ำตาคลอ พร้อมทั้งกล่าวคำแรกว่า “ไม่นึกว่าจะได้คืนอีกแล้ว” และเล่าว่า ในช่วงเช้าได้ขับรถยนต์กะบะ ไป ที่ อ.หลังสวนเพื่อทำธุระ แล้วแวะซื้อของ ที่ ร้านสะดวกซื้อในปั้มน้ำมันริมทาง ห่างจากจุดที่พบกระเป๋า 16 กม. เมื่อนำของไปใส่ในกระบะท้ายรถ ก็ขับรถกลับบ้านห่างไปอีก 30 กม.ถึงบ้านพบว่ากระเป๋าเงินและ บัตรเครดิต หายไปอีกทั้งในกระเป๋าไม่มีบัตร ปชช. จึงรีบขับมาขอดูกล้องวงจรปิดที่ปั้มน้ำมัน จึงเห็นว่า ในเวลาที่นำของใส่กระบะท้ายรถได้ตั้งกระเป๋าเงินไว้ที่ กันชนท้ายรถ แต่ไม่ได้หยิบกลับไปด้วย คาดว่า เมื่อรถวิ่งมาถึงจุดที่พบกระเป๋าคงจะหล่นลงริมถนน จนมี ด.ญ.เมย์มาพบ รู้สึกดีใจมาก และภาคภูมิใจ ในตัวของ ด.ญ.เมย์มาก ถึงแม้จะเป็นลูกของแรงงานเมียนมาร์ แต่ยังมีความดีในจิตใจ เงินจำนวนมากขนาดนี้ สำหรับแรงงานเมียนมาร์ ถือว่ามาก เท่าๆ กับ เงินเดือนแทบทั้งเดือน ขอชื่นชมด้วยความจริงใจ

ด.ญ.เมย กล่าวว่า ถึงจะทราบว่า ในกระเป๋ามีเงินจำนวนมากก็ ไมได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร คิดว่าเจ้าของ ต้องเดือดร้อนแน่ จึงนำไปมอบให้นายวัชรินทร์ เพื่อหาเจ้าของ อีกทั้งจำคำสอนของครู ที่ รร.บ้านในกริม ได้ว่า อย่าไปเอาทรัพย์สินสิ่งของที่ไม่ใช่ของเรา มาเป็นเจ้าของ เมื่อเจอสิ่งใด ให้ตามหาเจ้าของ ถึงแม้จะเป็นลูกคนต่างด้าว แต่ก็เกิดในเมืองไทย เรียนหนังสือ ที่ โรงเรียนประจำตำบล พ่อแม่สอนให้สำนึกในบุญคุณของแผ่นดินไทยเสมอ และจะตั้งใจทำความดีตลอดไป”นางประภักสรมอบเงินให้ ด.ญ.เมย จำนวนหนี่งแต่ปฎิเสธไม่รับ นางประภักสรบอกว่า มอบให้กับพ่อแม่ เพื่อไว้เป็นทุนการศึกษา ด.ญ.เมย จึงยอมรับเพื่อนำเงินไปมอบให้พ่อแม่